Click on the slide!

Corporate Retreat Facilitation

Build trust throughout your diverse team. Let CMRCA facilitate your next corporate retreat.

อื่นๆ...
Click on the slide!

Conference Breakout Sessions

Energize your next conference with fast, fun, and challenging initiatives to build trust and create cohesive teams.

อื่นๆ...
Click on the slide!

Corporate Expeditions

Take your leadership team on a journey that crosses political, cultural, and personal boundaries

อื่นๆ...
Click on the slide!

Rock Climbing and Team Rappelling

Climb mountains so that your business can, too.

อื่นๆ...
Click on the slide!

Cross-Cultural Facilitation

Instill confidence in your management by creating strong leaders who can work across cultural boundaries

อื่นๆ...
Frontpage Slideshow (version 2.0.0) - Copyright © 2006-2008 by JoomlaWorks

แกลลอรี่ภาพในกิจกรรมต่างๆ


corpgallery

สำรวจถำ้ใหม่ที่อ่างขาง


สำรวจถำ้ใหม่ที่อ่างขาง

16  เมษายน 2009
ในเดือนมกราคมของปีนี้เราได้มีการสำรวจและค้นพบถำ้ใต้ดินหลายแห่งในภาคเหนือของประเทศไทย แต่ถ้ำที่เรากำลังไปสำรวจอยู่นั้นเป็นที่น่าสนใจอย่างมากเพราะครั้งนี้เราใช้เวลามากกว่าปกติและเราเชื่อว่าถำ้แห่งนี้ยังไม่มีใครเข้าไปสำรวจมาก่อนซึ่งมันลึกมากๆและมีตำนานของถำ้ด้วยซึ่งเป็นความเชื่อของชาวบ้านในท้องถิ่น หลายคนได้บอกเล่าเรื่องราวอันลึกลับกับทีมงานสำรวจของเราและพวกเขาเชื่อว่านานมาแล้วมีการใช้ถำ้แห่งนี้เดินทางข้ามไปฝั่งของพม่าได้ จากนั้นทีมของเราได้ตั้งเป้าหมายและแบ่งหน้าที่ในระหว่างการสำรวจเพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกันกับการทำงานเป็นทีมและเราหวังว่าเราจะออกมาโดยไม่บาดเจ็บใดๆและเราจะทำการสำรวจถ้ำครั้งนี้เท่าที่เรามีขีดความสามารถอยู่ เมื่อMarshallกับTedและผมยืนอยู่ที่ด้านบนของการโรยตัวลงยังคงเหลืออีกประมาณอีก10 เมตรที่จะถึงพื้นดิิน(เราโรยตัวอยู่ที่ความลึกประมาณ 240 เมตร) เรากำลังต่อสู้ความกับความจริงที่ตื่นเต้นและเป็นช่วงเวลาที่เรากำลังคิดจะหันหลังให้กับเป้าหมายข้างหน้าอันยิ่งใหญ่ที่เราอยู่ใกล้การค้นพบสิ่งที่รอให้เราบอกเล่าเรื่องราวแต่เราตัดใจสินว่าเราควรต้องออกไปก่อนพระอาทิตย์ตกดิน อีกทั้งชุดอุปกรณ์ก็หมดและเราต้องกลับออกมาเพื่อ ตั้งเป้าหมายและการสำรวจใหม่ซึ่งจะได้ระบุรอบเวลารูปแบบที่แน่ชัด เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้นและปลอดภัยมัน แต่ยังไงก็ตามเป้าหมายที่เลือนลางมันก็ยิ่งชัดขึ้นมากและเราหวังที่พบจุดมุ่งหมายความสำเร็จของเราของการเดินทางในครั้งนี้    
วันที่10 เมษายน 2009 เรากลับไปที่ถ้ำอีกกับทีมงานของเราประกอบด้วยทีมCMRCA นำโดยผม Josh(แตงโม),Taw นพดล, Kat แคทลียา, พี พีรวิชญ์, Ben เบลนดอน และ Ted คอนเบียร์ เราเข้าร่วมกับอีกทีมหนึ่งตำนานประเทศไทยซึ่งนำทีมโดยJohn(ลุงจอร์น)เป็นหน่วยปฏิบัติการจาก ถ้ำลอดจ์และนักประดาน้ำถำ้ชาวออสเตรเลีย (ลุงพอลล์)Paul Hosie. แผนการของเราเพื่อเข้าไปสำรวจต่อจากครั้งที่แล้วที่เราสำรวจไม่ถึงและเราได้เช็คกับแผนที่ google และคาดว่าทางออกจะโผล่ออกไปในพม่า! ลุงJohn แซวเล่นพวกเราว่าใช้เรื่องนี้พูดอ่อยให้เขาไปร่วมในการเดินทางครั้งนี้หรือปล่าว?เขาถามแล้วอมยิ้ม ในช่วงบ่ายของวันที่ 10 ผมJosh,Taw, Kat, พี, Ben และ เท็ด ตระเตรียมชุดอุปกรณ์ของถ้ำเสร็จและการโรยตัวชุดใหญ่ที่ถำ้ เพื่อสำหรับการสำรวจครั้งที่ยิ่งใหญ่ในอีกวันถัดไป เราออกจากถ้ำที่ 21.00 และ พบ John และ Paul ที่ Happy House (บ้านของเราที่ห่างจากบ้าน)   
ในช่วงเช้าของเมษายนวันที่ 11 เวลา 10.00 เราเข้าทางแม่น้ำที่ใหญ่โต ปีนไต่ผ่านภูเขา ของมูลค้างคาวมหึมาและถึงการโรยตัวจุดแรก ในอีกสามชั่วโมงที่เราจะโรยตัวผ่าน 8 เมตร, 21 เมตร, 40 เมตร และ 60 เมตร จนกว่าจะถึงพื้นถ้ำ การประชุมปรึกษาของเราทำบนชั้นของถ้ำและเราก็ตกลงว่าเราจะกลับไปที่ฐานของการโรยตัวใหญ่ภายใน 20 ชั่วโมง เสบียงของพวกเราแต่คนจะมีสิ่งของขนาดเล็ก เสื่อ ที่นอน อาหาร กระเป๋ายาประจำตัว ตลอด 24 ชั่วโมง และอุปกรณ์กรองน้ำ.  ผม(Josh)นำกลุ่มผ่านทางแม่น้ำและลงสู่หุบเขาลึกช่วงด้านล่างเป็นพื้นถ้ำมันเป็นแหล่งของซากสัตว์กระจุยกระจายกับซากดึกดำบรรพ์ หนาประมาณ6 นิ้วติดตลอดเป็นแนวคลื่นอย่างต่อเนื่องในทั้งสองฝั่งผนังถ้ำได้เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายอย่างเหลือเชื่อ เราได้เห็นอาทิ ปลาตาบอด ทากดูดเลือด ค้างคาวพันธุ์ที่หายาก ที่อาศัยอยู่ในนำ้ตกเล็กๆมีภายในถำ้หลังจากสามชั่วโมงเราเดินทางมาถึงที่ทีมของเราเคยสาครั้งที่แล้วคือจุดที่เราอยู่ตรงด้านบน ของน้ำตกมีความสูงประมาณ 10 เมตร มันเป็นที่ที่เราเคยได้หันกลับเมื่อสามเดือนก่อนหน้านั้น. 
หลังจากที่ทีมของเราปรึกษาและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แล้วเราก็โรยตัวลงไปด้านล่าง
เพื่อที่จะพยายามสำรวจลงไปให้ลึกลงอีกของน้ำตก เรามั่นใจว่าไม่มีผู้ใดเคยได้สัมผัสในถ้ำแห่งนี้ี้มาก่อนอย่างแน่นอนและตอนนี้เรากำลังอยู่ในพื้นที่บริสุทธิ์ปราศจากรอยเท้าของผู้ใด ที่ด้านล่างของการโรยตัว สิ่งที่เราได้เห็นเป็นสิ่งที่ไม่คาดหมายและน่าพิศวง ตื่นเต้น มันคือฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ด้านใต้ของนำ้ตก เราได้เห็นปลาคล้ายจำพวกปลาดุกกำลังพยายามว่ายปีนนำ้ตกของถ้ำ ตอนเราสึกเหนื่อยบวกกับความหิวนิดหน่อยจึงคว้าขนมและสแน็กเพื่อรองท้องก่อนตอนนี้ถือว่าอร่อยที่สุด ยังไงก็อร่อย จากนั้นTaw และ พี จึงนำทีมไปต่อและค้นหาทางถ้ำเพิ่มเติม เรายังคงผ่านหุบเขาลึกและแคบ แล้วด้านบนหลังคาของถ้ำมันสูงเกินไปที่เราฉายไฟเพื่อส่องแสงถึง.
เราเดินค้นหาทั่วทุกมุมของถำ้ในระหว่างนั้นเราก็ได้ยินแต่เสียงร้องของค้างคาวจำนวนมากอื้ออึงไปทั่วถำ้ จากนั้นเราก็พบห้องโถงเล็กๆและตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยค้างคาวเป็นร้อยที่บินฉวัดเฉวียนและสับสน เราผ่านทางค้างคาวแรกและที่สองจนถึงถ้ำอีกที่นึงทีมงานได้เข้าไปสำรวจข้างในแต่ก็ไม่สามารถไปต่อได้เพราะทางมันแคบเกินไปและไม่ปลอดภัย ต่อจากนั้นเราก็เดินกลับผ่านทางค้างคาวกันอีกครั้ง พร้อมกับการลุยโคลนชั้นดินที่อ่อนนุ่ม เราก็กลับมาและโรยตัวลึกลงไปอีก 20 เมตร เมื่อพวกเราลงมาถึงข้างแล้วมันเป็น 21.00 และเรา ได้เข้าใช้เวลาไปในถ้ำกว่าสิบสองชั่วโมง ซึ่งทีมงานสำรวจก็เริ่มเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดการสนทนาเริ่มขึ้นและทำให้การตัดสินใจของทีมหยุดตรงนี้ก่อนเพื่อพักผ่อนต่อเติมพลังงาน. มันเป็นการโรยตัวที่ท้าทายกับโคลนผิวที่ลื่น Ben, Taw, Phi, Kat และ ผม(Josh)ทีมทั้งหมดก็ลงไปอีกที่ด้านล่างและค้นหาทางถ้ำเพิ่มเติม.
เรายืนอยู่ใต้พิภพประมาณ 200 เมตรท่ามกลางความมืดมิด และการสิ้นสุดภารกิจการโรยตัวอันน่าตื่นเต้นเร้าใจแล้วเราก็กดหยุดเวลาเพื่อสิ้นสุดการเดินทางการอันยาวไกลของการสำรวจถำ้ บริเวณที่ตั้งแคมป์ของทีมงานสำรวจอยู่ห่างจากด้านบนพื้นดิน250 เมตรเราก็นอนค่อนค่างยาก อีกทั้งอุณหภูมิที่หนาวเย็นประมาณ 20 องศาเซลเซียสแต่เป็นประสปการณ์ความรู้สึกที่สุดยอด แล้วก็เรานอนหลับพักผ่อนราวเที่ยงคืนจนถึง 07.00 ในช่วงเช้าของวันที่12หลังอาหารเช้าทีมงานเราก็ได้เดินทางกลับไปที่ฐานของการโรยตัวเพื่อจะดึงตัวขึ้นไปปากทางออกของถำ้            
ด้านการสำรวจครั้งนี้เราก็ถือว่าภารกิจสำเร็จ อีกทั้งได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตในถำ้และเห็น หินงอก หินย้อย, หินไหลที่ตกผลึกอย่างสวยงามและ หินภูเขาไฟ ในเที่ยงวันที่ 12 เราเริ่มปีนเขาโดยดึงตัวขึ้นกับเชือกและมุ่งหน้าสู่พื้นผิวพิภพ มันเป็นช่วงเวลาที่แสนจะยาวนานเหลือเกินและ ทีมงานทั้งหมดก็มาถึงรถโดยประมาณ 19.00 อย่างปลอดภัยและไม่บาดเจ็บใดๆ รวม 33 ชั่วโมงที่ใช้เวลาสำรวจใต้ดิน เราไม่ได้ไปพม่าตามที่คาดการณ์เอาไว้แต่ก็พอใจสำหรับการ ทำงานร่วมกันเป็นทีม เราเป็นพยานให้กับประวัติธรรมชาติชีวิตที่แปลกใหม่และได้เห็นสิ่งที่ ไม่มีคนอื่นๆได้สัมผัส เราเรียนรู้เพิ่มเติมประสปการณ์ชีวิต ในระหว่างการเดินทางของเรา กว่าเราจะได้มาซึ่งเป็นสิ่งมีคุณค่าต่อการเรียนรู้ ไม่ใช่ความตื่นเต้นของการสำรวจเท่านั้นที่ทำให้เรารู้จักการแก้ปัญหาและส่งเสริมให้เราเติบโต.
ขอขอบคุณพิเศษไฟฉาย LED Lenser มาพร้อมกับแสงสว่างที่ให้เราพ้นความมืดมิดจากใต้ผืนพิภพ เพื่อใช้ในถ้ำและ บริษัท Petzl จากประเทศอเมริกา ที่ได้สนับสนุนในด้านอุปกรณ์ที่นำทีมผจญภัยของเราเดินทางอย่างปลอดภัย...Cool

Josh led the group through booming river passage and down into the lower slot canyon.  The cave was littered with fossils.  Stunning bands 6 inches think continued on both sides of the cave walls.  The cave was filled with incredible life.  We witnessed three different species of bats, incredibly rare cave leeches and also rare cave catfish.  Within three hours, we found ourselves at the top of the 10 meter waterfall that had turned us back three months earlier.

After a quick discussion, we rigged the rappel and pushed to the bottom of the waterfall.  We had no idea what was to come.  We were confident that no one had been in this cave before and now we were in virgin territory.  At the bottom of the rappel we saw something unexpected and amazing.  The catfish that we had been seeing throughout the cave were actually climbing the waterfall.  We snacked on tasty Thai treats at the base of the falls.  Feeling refreshed and energized, Taw and Phi took the lead and pushed the cave passage further.  We continued through the narrow canyon, the roof of the cave too high for our lights to shine.

As we continued to push around the corner we could hear bats...lots of bats.  The cave began to pinch out to smaller rooms and they were filled with hundreds of bats.  The bats were so confused they sometimes flew into us.  We continued through the first bat passage to the second until the cave pinched out and became too small to continue.  We returned back through the bat passage and found a dry flow stone bypass over the choke.  Continuing along a mud brick floor, we came to yet another rappel.  20 meters down was the promise of more cave passage.  It was 21.00 and we had been in the cave for more than twelve hours.  The energy of the group was fading and motivation was waning.  Ben and Josh had a chat and recognized the energy level and made the active decision to continue on in efforts to bring up the energy level.  Ben rappelled first.  It was a challenging rappel with slippery mud surfaces and difficult edges to negotiate.  Ben, Taw, Phi, Kat and Josh all continued to the bottom and pushed cave passage further.

200 meters beyond the bottom of the rappel, we hit the end of the trip.  The water flow pinched out and the mud flow hit the base of a vertical wall.  One of the most challenging parts of caving is accepting the fact that sometimes there is no way out except to turn around.  This was one of those moments.  We took a group photograph at the base of the wall and began the ascent back up the ropes to our mud floor campsite 250 meters below the ground.  It was a difficult sleep as the temperature was about 20 degrees celsius.  We slept from midnight until 07.00 on the morning of the 12th.  After a light breakfast, we began the trek back to the base of the rappels.  On the way out, we explored side passages and saw stunning stalactites, stalagmites, flow stones, crystal pools and volcanites (volcano-like mud formations in the floor:  a term coined by John Spies).

At noon on the 12th, we began climbing the ropes and heading to the surface.  It was a long process and the team reached the car by 19.00, a total of 33 hours underground.  The entire team exited safely and without injury.  We didn't make it to Burma and that is ok.  Working as a team, we witnessed natural history, exotic life, and saw things no other human has ever seen.  We learned more during our journey than we could have possibly imagined, and created lasting relationships.  The excitement of exploring the unknown teaches us to take risks and encourages us to grow.

Special thanks to LED Lenser for providing ultra bright lights to be used in the cave.  Petzl America also gave strong support on caving equipment which allowed us to bring a much larger team than usual.

Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!
Click image to open!